หลวงปู่แย้ม ละสังขาร

หลวงปู่แย้มพระเกจิเมืองนนท์มรณภาพไม่เน่าเปื่อย





หลวงปู่แย้มไปบรรจุไว้ในโลงแก้ว และได้พบว่าสังขารของหลวงปู่นั้นไม่เน่าเปื่อย มีเพียงแค่ผิวหนังที่แห้งและคล้ำลงเท่านั้น โดยทั้งเล็บมือและเส้นผมนั้นยังงอกยาวออกมาตามปกติ ทางวัดได้ทำการเปลี่ยนสบงจีวรให้ใหม่  และเคลื่อนสังขารของหลวงปู่จากศาลาเอนกประสงค์ ไปตั้งยังศาลาลอย สำหรับให้ประชาชนที่เคารพศัทธาได้กราบไหว้กันอย่างสะดวกและใกล้ชิดทั้งนี้หลวงปู่แย้ม หรือ พระครูปิยนนทคุณ นั้นมีนามเดิมว่า แย้ม ปราณี  เกิดเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2459  ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนอ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร อุปสมบทครั้งแรกเมื่ออายุ 20 ปี  ที่วัดหลักสองบำรุงราษฎร์ จ.สมุทรสาคร โดยได้รับฉายาว่า ปิยวณฺโณ  สำหรับหลวงปู่นั้นถือว่าเป็ฯพระเกจิเมืองนนท์ชื่อดัง เป็นเจ้าของงตำนานตระกรุดคอหมา  และเสือปืนแตก วัตถุมงคลล้ำค่าที่หาได้ยากยิ่งสำหรับการสูญเสียในครั้งนี้ถื่อว่าเราได้เสียพระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงของประเทศอีกท่านหนึ่งเลยทีเดียวครับ ทางเว็บไซต์ที่สุดในโลกของเราก็ต้องขอแสดงความไว้อาลัยมา ณ ที่นี้ด้วย 

พระสมเด็จ พิมพ์สังฆาฏิ มีหู กรุใหม่บางขุนพรหม

งานประกวดพระ ที่ โรงแรมสยามธานี

ภาพจาก คมชัดลึก
            งานประกวดพระ ที่ โรงแรมสยามธานี จ.สุราษฎร์ธานี  อาทิตย์ที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นี้มี จัดโดย ชมรมพระเครื่องพระบูชา จ.สุราษฎร์ธานี (ประธานชมรม ศิลป์ชัย สุนทรเศวต) รายการที่จัดประกวดนอกจาก พระเครื่อง พระบูชา เหรียญ และเครื่องราง แล้วยังมี ลูกปัดโบราณ สมัยทวารวดี-ศรีวิชัย อีกด้วย รวมทั้งสิ้นกว่า ๒,๕๐๐ รายการ (๘๐ โต๊ะ) รางวัลชนะเลิศแต่ละรายการ หนังสือ พระเครื่องเมืองศรีวิชัย ปกแข็ง หนา ๗๒๐ หน้า...สอบถามโทร.๐๘-๖๖๐๖-๕๑๓๕ งานนี้สนับสนุนโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย รายการพระที่จัดประกวดมาตรฐานสากล ครบทุกประเภท

อริยะสงฆ์ ผู้เจริญแห่งเมืองใต้


 พระสงฆ์ที่ชาวไทยพุทธเลื่อมใสศรัทธาว่าท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระ ธรรมวินัย และมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ปัจจุบันทางวัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง) ได้สร้างศาลาประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อดำเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพสักการะหลวงพ่อดำ



พระประวัติกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์

พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นพระเจ้าลูกยาเธอในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 นับลำดับราชสกุลวงศ์เป็นองค์ที่ ๒๘ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์




หลวงพ่อทวด วัดช้างให้ “เหรียญเม็ดแตง เนื้ออัลปาก้า”

พระเครื่องหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ เหรียญเม็ดแตง เนื้ออัลปาก้า

     จากยุคสมัยของท่านพระครูวิสัยโสภณ(อาจารย์ทิม) เจ้าอาวาสวัดช้างให้มีชีวิตอยู่ ท่านได้จัดสร้างพระหลวงพ่อทวด รุ่นเม็ดแตงขึ้น และเป็นที่ยอมรับของวงการพระเครื่องพระบูชา นับได้เป็น 2 รุ่น 2 พ.ศ.ได้แก่


รุ่นแรกของเหรียญเม็ดแตง

พิธีที่สร้างพระเครื่องพระบูชารุ่นที่สร้างพุทธศักราช 2506 ถือเป็นรุ่นแรกของเหรียญเม็ดแตง หลวงพ่อทวดวัดช้างให้ในปีนี้มีการจัดสร้างขึ้น 2ครั้ง ครั้งแรกสร้างเป็นเม็ดแตงหน้าผาก 3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้นสร้างจำนวนไม่มากนัก เนื่องจากพระหลวงพ่อทวดเป็นที่นับถือของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก จึงทำให้เหรียญเม็ดแตงหน้าผาก3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ5 เส้นนี้  ได้หมดจากวัดในเวลาที่รวดเร็วมาก และประชาชนทั่วไปที่ยังไม่มีเหรียญเม็ดแตงไว้บูชา ได้เรียกร้องให้จัดสร้างขึ้นอีก หลังจากนั้นไม่กี่เดือนท่านอาจารย์ทิมจึงได้จัดสร้างขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ครั้งนี้สร้างเป็นเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 4 เส้นหนังสือเลยหูและสร้างมากกว่าครั้งที่สร้างเม็ดแตงหน้าผาก3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้นในตลาดพระเครื่องนั้นจะเห็นได้ว่าเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 3เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้นหาได้ยากกว่าเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 4 เส้นหนังสือเลยหู(ข้อมูลนี้ผู้เขียนได้รับการบอกเล่ามาจากคุณภิยวัฒน์ วัฒนายากร หรือ ที่วงการเรียกว่า แต๊ก สงขลาซึ่งเป็นปราชญ์ผู้รู้ทางด้านหลวงพ่อทวด) เหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 3-4 เส้นหนังสือเลยหู ปี 2506ทั้ง 2 แบบนี้เป็นเหรียญหน้าผากปีกกาทั้งสิ้นผู้เขียนได้รับเกียรติจากเพื่อนในวงการพระเครื่องพระบูชาที่สงขลาเรียกขานว่า แพะ เม็ดแตงเนื่องจากชอบและเก็บสะสมเหรียญเม็ดแตงไว้มากพอสมควร ดังนั้นจึงขออนุญาตแบ่งแยกพิมพ์เม็ดแตงปี พ.ศ.2506

แบ่งแยกพิมพ์เม็ดแตงปี พ.ศ.2506

พิมพ์ที่1


พระเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้น ผู้เขียนเรียกเล่นๆในหมู่เพื่อนว่า พิมพ์พายุไซโคลนหรือที่วงการพระเครื่องพระบูชาเรียกว่าพิมพ์วงเดือนเพราะมีเส้นขนแมวเป็นวงกลมซ้อนกันหลายๆวงรอบเศียรหลวงพ่อทวด และหลวงพ่อทวดมีลูกตา2ข้างพิมพ์นี้หายากที่สุด

พิมพ์ที่ 2


พระเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้น   พิมพ์หลวงพ่อทวดมีลูกตา2 ข้าง

พิมพ์ที่ 3


พระเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้น   พิมพ์หลวงพ่อทวดมีลูกตาข้างเดียว

พิมพ์ที่ 4


พระเหรียญเม็ดแตงหน้าผาก 3 เส้นหนังสือเลยหูเส้นคอ 5 เส้น   พิมพ์หลวงพ่อทวดไม่มีลูกตา

        ในอดีตนั้น ทางภาคใต้จะเรียกพิมพ์เหล่านี้ ว่า พิมพ์ลูกกระเดือกใหญ่ในความเห็นของผู้เขียนสันนิษฐานว่า มีแค่แม่พิมพ์เดียวเท่านั้น แต่เกิดจากความผิดพลาดในขั้นตอนการถอดพิมพ์และการถ่ายพิมพ์เพื่อใช้เป็นพิมพ์สำรองไว้หลายตัว(ให้หาอ่านจากหนังสือนิตยสารมรดกพระเครื่อง ฉบับที่4 เดือนพฤษภาคม 2541ในบทความ คุยเฟื่องเรื่องของเหรียญโดย จ.ส.ต.ทวี วงษ์สิทธิ์ หน้า 24-29)จึงทำให้โรงงานปั๊มเหรียญแล้วติดลูกตาบ้างไม่ติดลูกตาบ้างส่วนด้านหลังเหรียญเป็นรูปอาจารย์ทิม  ปั๊มได้ค่อยข้างลึกและไม่เขยื้อน ยังไม่ปรากฏว่ามีแบบเขยื้อน

บทความโดย:วิจิตร   ปิยะศิริโสฬส ( แพะ   สงขลา )
เรียบเรียงบทความ : พระเครื่องเนื้อดี


พระหลวงพ่อปาน/ยุคต้น พิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ปีพ.ศ.2460


พระหลวงพ่อปาน/ยุคต้น พิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ปีพ.ศ.2460ต้นๆ/เลี่ยมทองยกซุ้มอย่างดี เนื้อดินเผาอุดผงพุทธคุณ สภาพสวยแชมป์ผิวเดิมๆเนื้อหาแห้งสนิทเก่ามากๆดูง่ายสุดๆ วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา

ประวัติพระเครื่องหลวงพ่อปาน

 

 

พระหลวงพ่อปาน/ยุคต้น พิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ปีพ.ศ.2460ต้นๆ/เลี่ยมทองยกซุ้มอย่างดีทองใหม่เอี่ยมสวยมากครับ เนื้อดินเผาอุดผงพุทธคุณ สภาพสวยแชมป์ผิวเดิมๆ เนื้อดินเผาแห้งสนิทเก่าจัดผงอุดเต็มรูเดิมๆดูง่ายสุดๆครับ วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา องค์ที่ผมนำมาเสนอแก่ท่านสมาชิกทุกท่านองค์นี้เป็นพระหลวงพ่อปานพิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ยุคต้นที่..หลวงพ่อปาน อดีตเจ้าอาวาสวัดบางนมโค..ท่านได้สร้างและทำการปลุกเสกเอาไว้ในปีพ.ศ.2460ต้นๆครับ..พระหลวงพ่อปานทุกพิมพ์ปัจจุบันจัดเป็นพระเนื้อดินเผายอดนิยมที่มีการเล่นหากันเป็นวงกว้างทั่วทั้งประเทศไทยครับ..จัดเป็นพระอมตะที่นับวันจะทวีคุณค่าในตัวเองมาขึ้นเรื่อยๆราคาขยับตัวสูงขึ้นตลอดเวลาไม่มีคำว่าหยุดนิ่งอยู่กับที่ครับ..และที่สำคัญไม่ต้องกลัวว่าเมื่อเช่าเก็บสะสมไปแล้วราคาจะตกเหมือนกับพระใหม่ที่ดังเพราะการโปรโมทหรอกครับ..ที่ดังและแพงขึ้นมาได้อย่างทุกวันนี้ก็มาจากพุทธคุณของหลวงพ่อล้วนๆครับพระหลวงพ่อปาน/เนื้อดินเผาเป็นพระเครื่องที่เปี่ยมล้นไปด้วยพุทธคุณที่สูงมากๆมีประสบการณ์ให้เห็นในรูปแบบต่างๆแก่ผู้ที่ใช้พระของท่านมาแล้วมากมายต้องเป็นพระแท้นะครับ)คนที่เคยใช้พระของท่านมาแล้วต่างรู้ซึ้งถึงพุทธคุณของท่านกันดีทุกคนต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพระของท่านนั้นสุดจริงครับ

พุทธคุณ

 



 

พุทธคุณของท่านเด่นมากทางด้าน/เมตตาค้าขาย/เมตตามหานิยม/แคล้วคลาดปลอดภัย/ทำน้ำมนต์แก้โรคภัยไข้เจ็บ/กันผี-กันคุณ-กันเขี้ยวงาต่างๆ/ชะงัดนักครับ..แต่เนื่องจากว่าพระของท่านนั้นจัดสร้างออกมาน้อยมากจำนวนพระจึงมีไม่เป็นที่เพียงพอต่อความต้องการของท่านนักสะสมและพระของท่านยังเป็นพระที่มีพุทธคุณที่สูงมากๆอีกด้วยดังนั้นจึงทำให้ผู้นิยมพระเครื่องส่วนใหญ่หันมานิยมเก็บสะสมพระเครื่องของท่านกันเป็นจำนวนมากจึงทำให้พระของท่านมีราคาขยับตัวสูงขึ้นมาตลอดด้วยเหตุนี้พระเครื่องของท่านจึงมีการทำของปลอมลอกเลียนแบบออกมามากมายหลายฝีมือเหลือเกินครับ..ถ้าท่านคิดจะเช่าแต่ถ้าท่านไม่แม่นเนื้อ/แม่นพิมพ์/แม่นอายุความเก่าจริงๆอย่าได้เสี่ยงเช่าวัดดวงเป็นอันขาดนะครับ..เจ็บตัวและเจ็บใจ..กันมาเยอะแล้วครับพระปลอมถึงถอดพิมพ์ได้ใกล้เคียงก็จริงแต่อายุความเก่าของเนื้อหายังทำได้ไม่ถึงยุคครับ..และที่สำคัญ วิญญาณ ของความเป็นพระแท้ไม่มีครับแต่ถ้าท่านคิดจะเช่าแล้วเช่าไปแล้วสบายใจได้ครับ..ว่าท่านจะได้พระหลวงพ่อปานที่เป็นพระแท้ตาเปล่า1000000%ต้องพระหลวงพ่อปานพิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ยุคต้นองค์ที่ผมนำมาลงให้ทุกท่านได้ชมกันองค์นี้เลยครับ..พระหลวงพ่อปานพิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ยุคต้นองค์นี้จัดเป็นพระแท้ดูง่ายมากๆอีกองค์หนึ่งของวงการครับ..ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาความเก่ารวมถึงจุดตำหนิสำคัญๆต่างๆขององค์พระถูกต้องตามหลักมาตรฐานสากลทุกประการครับ..เช่าไปแล้วสามารถนำไปส่งประกวดงานใหญ่ที่มีมาตรฐานเพื่อเช็คดูความขององค์พระได้ทุกที่-ทุกงานทั่วทั้งประเทศไทยครับ..โดยเฉพาะงานใหญ่ในพื้นที่ของ จ.พระนครศรีอยุธยายิ่งดีครับ

พระหลวงพ่อปานพิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ยุคต้น

 


            .พระหลวงพ่อปานพิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ยุคต้นองค์นี้เป็นพระที่มีสภาพสวยสมบูรณ์มากๆสวยระดับน้องๆแชมป์ก็ว่าได้ครับ..ผ่านการเก็บรักษามาเป็นอย่างดีแทบที่จะไม่เคยผ่านการใช้มาก่อนเลยครับ..สภาพโดยรวมขององค์พระยังดูดีมากๆครับ..สภาพความสวยประมาณ95%กดแม่พิมพ์ออกมาได้ดีมากๆทุกมิติไม่ว่าจะมองมาจากมุมไหนครับ..ผิวขององค์พระยังอยู่ในสภาพเดิมๆผิวหิ้งเก็บเก่าครับ..ตามพื้นผิวยังมีคราบนวลดินเก่ากระจายตัวปกคลุมอยู่บางๆทั่วทั้งองค์พระทั้งด้านหน้าและด้านหลังสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่ายิ่งถ้าได้ส่องดูด้วยกล้องจะซึ้งตามากๆครับ..เนื้อดินเผาแห้งสนิทเก่าจัดจ้านเข้มขลังมากๆเหมาะสมกับกาลเวลาที่ล่วงเลยมาแล้วหลายสิบปีด้วยกันดูง่ายสุดๆจริงๆครับผงพุทธคุณที่อุดอยู่ที่ด้านบนขององค์พระเป็นผงเก่าที่อุดเต็มรูมาเดิมๆจากวัดครับและที่สำคัญพระหลวงพ่อปานพิมพ์ขี่ครุฑใหญ่/ยุคต้นองค์นี้ยังเป็นพระที่บริสุทธิ์-ผุดผ่องปราศจากการศัลยกรรมใดๆทั้งสิ้น/ไม่มีอุด/ไม่มีหยอด/ไม่มีซ่อม/แน่นอนครับ เลี่ยมทองยกซุ้มมาให้ด้วยอย่างดีจาก ร้านเชนมหาชัย ทองใหม่เอี่ยมสวยมากราคาทองที่เลี่ยมมา10000กว่าบาทแล้วครับ เช่าไปแล้วสามารถนำไปแขวนใช้ขึ้นคอเพื่อใช้พุทธคุณของ หลวงพ่อปานได้ทันทีเลยครับ..ท่านนักสะสมท่านใดที่ชอบเก็บสะสมพระเครื่องของหลวงพ่อปาน วัดบางนมโคหรือกำลังมองหาพระของท่านที่เป็นพระแท้ตาเปล่าดูง่ายๆโดยที่เน้นเป็นพระสวยสมบูรณ์มาก่อนราคาเพื่อเอาไว้ใช้ขึ้นคอเพื่อใช้พุทธคุณของท่านซักองค์หนึ่งพระหลวงพ่อปานองค์นี้ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับท่านได้เป็นอย่างดีครับ..เช่าไปใช้แล้วรับรองว่าท่านจะต้องสะกดคำว่าผิดหวังไม่เป็นแน่นอนครับ..ทั้งในแง่ของความแท้ที่ดูง่ายๆขององค์พระและในแง่ของพุทธคุณที่ท่านจะได้รับจากหลวงพ่อปานครับ/สุดยอดของความหายากตัวจริง-เสียงจริงสวยสมบูรณ์แบบมากๆจนแทบที่จะไม่มีที่ติ/แท้ตาเปล่าดูง่ายสุดๆแบบไม่ต้องหาตัวช่วย/เปิดราคาเหมาะสมกับความเป็นจริงตามความหายากและความสวยสมบูรณ์ขององค์พระ/น่าเช่าบูชาสะสมเป็นอย่างยิ่งครับ

ข้อมูล ร้านอูกระทุ่มแบน เบอร์โทรศัพท์ : 034844482 เบอร์มือถือ : 0819139040
เรียบเรียงบทความ : พระเครื่องเนื้อดี

หลวงพ่อเกษม เขมโก" เกจิผู้เปี่ยมบุญ

หลวงพ่อเกษม เขมโก" สุสานไตรลักษณ์ จ.ลำปาง

หลวงพ่อเกษมท่านได้ปฏิบัติธรรมจนเป็นที่เคารพสักการะของคนทั่วประเทศ ท่านเป็นพระไม่ติดยึดใคร ต้องการอะไร ขออะไร ไม่เคยปฏิเสธ จนสังขารของท่านดูแล้วไม่แข็งแรง แต่จิตของท่านแข็งแรง

ท้ายที่สุดก็ได้ละสังขาร ณ ห้องไอซียู โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง เมื่อเวลา 19.40 น. วันจันทร์ที่ 15 มกราคม 2539 ซึ่งตรงกับวันแรม 11 ค่ำ เดือน 2 ยังความอาลัยเศร้าโศกเสียใจมายังหมู่สานุศิษย์ทั่วประเทศ




วัตถุมงคล

วัตถุมงคลที่ "หลวงพ่อเกษม" อธิษฐานจิตปลุกเสกมีอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิ พระเครื่องเนื้อดินพิมพ์สี่เหลี่ยม ปี 2516 หรือนิยมเรียกว่า พระผงมงคลเกษม 1, รูปเหมือนพิมพ์สี่ เหลี่ยมเนื้อโลหะ, เหรียญกลมปี 2515, เหรียญแตงโม, เหรียญระฆัง, พระกริ่งอวโลกิเตศวร, พระผง 5 รอบ ปี 2515, รูปเหมือนพิมพ์สี่เหลี่ยม ปี 2517, เหรียญรูปไข่รุ่นกองพันลำปาง ปี 2517, รูปเหมือนลอยองค์ ปี 2518, ล็อกเกต ภาพถ่าย เป็นต้น

ด้วยความเป็นพระสมถะมากด้วยเมตตา วัตถุมงคลของหลวงพ่อเกษมจึงได้รับความนิยมในหมู่ลูกศิษย์ลูกหาและนักสะสม บางพิมพ์ สนนราคาเล่นหาสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างรุ่นนี้ "พระผงรุ่นพิเศษ ขันธ์ 5 เขมโกภิกขุ" แม้จะสร้างไว้ไม่นานนัก นับเนื่องถึงปัจจุบันเพียง 15 ปี แต่มีดีน่าสะสม ปัจจุบันกลายเป็นวัตถุมงคลยอดนิยมอันดับต้นๆ ของท่าน



เนื่องด้วยวันที่ 28 พฤศจิกายน 2538 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 7 รอบ อายุ 84 ปี ของ หลวงพ่อเกษม เขมโก ท่านได้มอบหมายให้ เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง ประธานคณะศิษยานุศิษย์ และเป็นญาติผู้น้อง จัดสร้าง "พระผงรุ่นพิเศษ 7 รอบ" โดยหลวงพ่อเกษมได้เมตตาตั้งชื่อพระผงรุ่นนี้ว่า "ขันธ์ 5 เขมโกภิกขุ" พร้อมกำชับว่า "สร้างรูปเราเป็นผง อย่างเดียวเพียง 5,000 องค์"

สร้างพระสร้างบุญ

เหตุผลของการจัดสร้างนั้นเพื่อหาทุนจัดสร้างรูปเหมือนหลวงพ่อเกษม สูง 7 เมตร กว้าง 6.50 เมตร ประดิษฐานไว้ที่วัดสุชาดาราม ต.เวียงเหนือ อ.เมืองลำปาง จ.ลำปาง พร้อมกับให้บูรณะปรับปรุงบริเวณศาลเจ้าแม่สุชาดาด้วย

            ในครั้งนั้นท่านได้เมตตามอบฟัน เกศา เล็บ จีวร และข้าวก้นบาตร พร้อมอธิษฐานจิตปลุกเสกมวลสารดังกล่าวภายในกุฏิของท่านตลอดมา จนกระทั่งวันที่ 26 กันยายน 2538 หลวงพ่อเกษมได้อาพาธอย่างกะทันหัน คณะศิษย์ได้นิมนต์ท่านเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลศูนย์ภาคเหนือลำปาง


เจ้าประเวทย์ ณ ลำปาง ประธานคณะศิษยานุศิษย์ พร้อมคณะกรรมการสุสานไตรลักษณ์ จึงได้นำมวลสารที่หลวงพ่อเกษมเมตตาอธิษฐานจิตปลุกเสกนำมาจัดสร้างพระผงรุ่นนี้ ทุกองค์จะมีแผ่นทองคำแท้ตอกหมายเลขและโค้ดกำกับ ย้อนกลับไปในวันนั้นคณะศิษย์ต่างคาดหมายกันว่า ในอนาคตวัตถุมงคลรุ่นนี้ต้องโด่งดังและเป็นที่ต้องการของมหาชน เช่นเดียวกับพระผงรุ่น 5 รอบและ 6 รอบ ที่คณะกรรมการสุสานไตรลักษณ์เคยดำเนินการจัดสร้างมา และก็เป็นความจริง เพราะปัจจุบันพระรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมาก สายตรงต่างมั่นใจพุทธคุณดีทางด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย

พ่อท่านไข่ พระเครื่องเมืองใต้

พระเมืองใต้พ่อท่านไข่

          มีโอกาสได้หยิบพระเครื่องหลายๆองค์มาส่องมาดู เราดูเราก็ว่าแท้ เซียนดูอยากสู่ราคาก็ว่าไม่แน่ใจอย่างนี้ละราคาพระเครื่องอยู่ที่คนให้ ไม่ใช่อยู่ที่การแข่งขันกัน เอาละพอหยิบหลายๆองค์เข้าก็ไปเจอพระเครื่องเมืองใต้ พ่อท่านไขพอดี จำไม่ได้แล้วว่าได้มาอย่างไร แต่ดูไปดูมาสวยใช้ได้เลยลงเข้าไปหาดูในโลกออนไลน์ว่าจะมีโชว์หรือไม่ พอเข้าไปโอย เป็นพระดังของเมืองใต้เหมือนกันก็เลยค้นประวัติมาให้ไดศึกษากัน




            ประวัติพ่อท่านไข่ (เอาพอเป็นน้ำจิ้ม)

                        นามเดิม ไข่ นะจะทอง โยมบิดาชื่อ ด้วง โยมมารดาชื่อ คล้าย ท่านเกิดเมื่อวันที่ ๗ เดือน ๗ ปีเถาะ พ.ศ.๒๔๕๖ มีพี่น้อง ๓ คน เป็นชายทั้งหมด หลวงพ่อไข่ ท่านบวชเป็นสามเณรตั้งแต่อายุ ๑๕ ปี และอุปสมบทเป็นพระเมื่ออายุ ๒๑ ปี ณ อุโบสถวัดชัยชุมพล อ.ทุ่งสง โดยมี พระครูอุดมศีลาจารย์ เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่ออุปสมบทแล้ว หลวงพ่อไข่ท่านได้ศึกษาพระธรรมวินัย ฝึกสมาธิกรรมฐาน กับครูบาอาจารย์หลายต่อหลายท่านจน หลวงพ่อไข่มีความเชี่ยวชาญแตกฉานในวิชาแขนงต่างๆ รวมทั้งพระคาถาอาคมขลัง ต่อมาพ่อท่านไข่ท่านได้ไปจำพรรษาอยู่ที่วัดทุ่งสร้าน วัดวังขรี วัดทุ่งควายและสุดท้ายท่านได้รับนิมนต์มาเป็นเจ้าอาวาส วัดลำนาว เมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๒ มาจนถึงปัจจุบัน

            ประวัติด้านการบวช (พอคราวๆ)

                        ท่านเป็นพระที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ทำวัตรปฏิบัติไม่เคยขาด เจริญกรรมฐานเป็นอารมณ์ท่านสวดพระคาถาชินบัญชรเป็นนิจ ตั้งแต่สมัยที่ท่านอุปสมบทใหม่ๆ จนถึงปัจจุบันทั้งยังเป็นพระที่รักสันโดษ มักน้อย สมถะ ไม่ยืดติดในลาภยศใดๆ ทั้งสิ้น สมกับเป็น พระแท้พระบริสุทธิ์สงฆ์ อันแท้จริงของชาวใต้ และเป็นหลักชัยของ อ.บางขัน ตลอดมา ในแต่ละวัน พ่อท่านไข่  วัดลำนาวท่านจะรับแขกเพียงหนึ่งหรือสองเวลาเท่านั้น ส่วนใหญ่ชาวบ้านที่ไปหาท่านก็เพื่อขอพรจากท่าน เพราะต่างก็เชื่อกันว่า พรที่ได้จาก"หลวงพ่อไข่ วาจาสิทธิ์ วัดลำนาว"ท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์มาก และจะเป็นไปตามวาจาสิทธิ์ของท่านเสมอ


เป็นบุญกุศลอย่างหนึ่งที่ได้พระเครื่องของ พ่อท่านไข ไว้ในครอบครองเรื่องราคาพระเครื่องของท่านเราไม่พูดถึงมาก เพราะท่านเป็นพระนักปฏิบัติ เลยไม่ค่อยมีใครสนใจเท่าไรนัก แต่ดูยังไงก็สวยมากสำหรับพระเครื่ององค์นี้ แต่อย่างไรถ้าใครมีไว้ครอบครองก็เก็บไว้ดีๆ ถือว่าเป็นบุญกุศลต่อตัวเองและครอบครัว

เรียบเรียงโดย : พระเครื่องเนื้อดี

ภาพประกอบ : พระเครื่องเนื้อดี

โชว์พระเหรียญหลวงพ่อทบ ปี 2516

ราคาพระเครื่อง เหรียญหลวงพ่อทบ



            เหรียญหลวงพ่อทบ รุ่น 94 ปี 2516 พิธีเสาร์ห้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ วันที่ 7 เมษายน 2516 มีเกจิเข้าร่วมพิธีหลายท่าน หลวงพ่อทบ เป็นประธานจุดเทียนชัย หลวงพ่อเกตุ หลวงพ่อบุญมี หลวงปู่คำมี หลวงพ่อกัน หลวงปู่จันทร์ หลวงพ่อเปลี่ยน เป็นต้น พระอาจารย์สมพงษ์( ลุงสมพงษ์ ) เรขาหลวงพ่อทบเป็นผู้นิมนต์ มีท่านอดีตแม่ทัพภาคที่ 3 ท่านพลเอกสำราญ แพทย์คุณ เป็นประธาน ท่านปลัดจังหวัดเพชรบูรณ์ท่านพิศาล มูลศาสตร์สาทร ป่าไม้น้อม มงคลวัจน์ เป็นคณะกรรมการ เป็นเหรียญที่ปั้มจากแผ่นโลหะที่หลอมจากปลอกลูกปืนใหญ่ หลวงพ่อทบท่านจารอักขระเต็มแผ่นทั้งหน้าหลัง

          เอาเหรียญมาโชว์

                        วันนี้มีโอกาสได้นำเหรียญมาโชว์เพราะว่าชอบมากได้มาจากพี่ที่รักและสนิดสนมกันมาคน 1 ของเมืองลำพูนเมืองแห่งพระเครื่องราคาดีและมีหลายเกจิ เหรียญหลวงพ่อทบที่ได้มาเป็นเหรียญเสมาเดิมๆ ราคาพระเครื่องเหรียญหลวงพ่อทบที่ได้มา ไม่แพงมากไม่มาประมาณ 3,aaa เท่านั้น แต่สอบถามหลายต่อหลายคนก็บอกว่าแพง ส่วนตัวไม่แพงเพราะเป็นเหรียญที่ชอบมากเดิมๆ ไม่มีการล้างหรือแต่งมา สภาพสมบูรณ์สุดๆ อนาคตน่าจะเทียบกับพระเครื่องรุ่นใกล้เคียงกันได้





          ติดตามไปหาดูประวัติ

                        ก็รู้ทั้งรู้อยู่ว่าส่วนหนึ่งเล่นหลวงพ่อทบอยู่แล้ว และได้รู้ประวัติของพระเครื่องพระเหรียญของหลวงพ่อระดับหนึ่ง ไม่อยากบอกว่าเป็นอย่างดีเดี่ยวถามลึกลงไปตอบไม่ได้ กลับมาค้นประวัติของราคาพระเครื่อง พระเหรียญของหลวงพ่อทบอีกครั้งราคาต่ำกว่าที่เราซื้อไม่มา แต่เราก็ยังพอใจในราคานี้เพราะเราซื้อพุทธคุณของหลวงพ่อสักมากกว่า แต่อนาคตเราว่าน่าจะไปไกลเหมือนกัน


วันนี้ดีใจได้เอาของดีมาโชว์ให้ได้ดู เหรียญหลวงพ่อทบเป็นพุทธคุณล้ำค่าสำหรับผมและอยากเก็บไว้ชั่วลูกชั่วหลาย เรื่องราคาไม่เกี่ยง ถ้าไม่แพงกว่าราคาตลาดเราก็รับไว้ อย่างราคาพระเครื่องบางองค์ราคาน่าจะไม่ไปไกลมา พอหันหลังกลับมาแค่นั้นละ ราคาคุยไม่ได้เลย ไม่เป็นไรราคาพระเครื่องเป็นราคาที่คนตั้งเราพอใจเราก็เช่า ไม่พอใจก็รอราคาลงก็แค่นั้น

เรียบเรียงโดย : พระเครื่องเนื้อดี

ภาพประกอบ : พระเครื่องเนื้อดี

ประวัติหลวงปู่สุข ธมฺมโชโต วัดโพธิ์ทรายทอง (ภาคจบ)

อภินิหาร พุทธาคม และความศักดิ์สิทธิ์(ต่อ)

พระครูภาวนาภิมณฑ์ (หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต) (ต่อ)


                         8.พิสูจน์พระอริยสงฆ์


                            คุณสุรินทร์    นันทเกียรติวงษา ซึ่งปัจจุบันประกอบอาชีพส่วนตัว  อยู่ที่อำเภอเมืองบุรีรัมย์ ได้กรุณาเล่าให้ฟังว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๘ เห็นจะได้ คุณสุรินทร์ ได้ยินกิตติศัพท์เล่าลือถึงความเป็นพระแท้ซึ่งมีวัตรปฏิบัติอันงดงามและความ ศักดิ์สิทธิ์บางประการของหลวงปู่สุข   ก็เกิดความสนใจและอยากพิสูจน์ว่าเป็นความจริงดังที่เขาเล่าลือกันหรือไม่ จึงได้เดินทางไปที่วัดโพธิ์ทรายทอง  เพื่อการพิสูจน์ดังกล่าว





                            ได้พบหลวงปู่สุขในขณะนั้น ท่านก็เป็นพระที่มีอายุมากแล้ว และท่านมิได้จำวัดอยู่ภายในกุฏิเหมือนดังเช่นพระภิกษุรูปอื่น ๆ หากแต่ท่านยึดเอามุมหนึ่งของชานศาลาหรือกุฏิราม    ซึ่งปัจจุบันได้รื้อไปแล้วเป็นที่จำวัดตลอดจนเป็นที่รับแขกเบ็ดเสร็จในที่ เดียวกันนั้น   ที่จำวัดและรับแขกของท่านก็ไม่มีอะไรมาก นอกจากผ้านวมเก่า ๆ ผืนหนึ่งซึ่งปูแทนเสื่อมีหมอนใบหนึ่ง และมีผ้าขนหนูขนาดใหญ่ผืนหนึ่งซึ่งเก่าคร่ำคร่าจนแลดูไม่อออกว่ามีสีอะไร ใช้แทนผ้าห่มเท่านั้น ส่วนมุ้งนั้นไม่มี หลวงปู่ท่านจำวัดโดยไม่ต้องการมุ้ง    ก็เป็นความแปลกประหลาดอย่างหนึ่งที่คุณสุรินทร์พบเห็นจากการที่ไปนั่งเฝ้า นอนเฝ้าเพื่อพิสูจน์ความเป็นพระเครื่องแท้ของหลวงปู่สุขอยู่ถึงสามวัน  ที่หลวงปู่ท่านจำวัดโดยไม่ต้องการมุ้งแต่ก็กลับไม่ได้รับการรบกวนจากยุงเลย   ตรงกันข้ามกับคุณสุรินทร์ซึ่งนอนอยู่ใกล้ ๆ ไม่ห่างจากที่จำวัดของหลวงปู่เท่าไรนักกลับถูกยุงกัดเสียย่ำแย่     จากการเฝ้าสังเกตการณ์หลวงปู่สุขอยู่ถึงสามวัน    

คุณสุรินทร์เล่าว่าได้พบเห็นวัตรปฏิบัติของหลวงปู่สุข ดังนี้

                            - การฉันอาหารหลวงปู่สุขท่านจะฉันเอกาเพียงวันละมื้อ    และฉันแบบสำรวมในบาตร
                            -  ไม่ว่าใครจะเอาอะไรมาถวายให้ ท่านจะรับไว้   และกองไว้บนหัวนอน อย่างไม่สนใจไยดี และแทบไม่เคยดูเสียด้วยว่าเป็นอะไรบ้าง   มีค่าหรือไม่มีค่า ได้ทราบต่อมาภายหลังว่า    บรรดาข้าวของที่มีผู้ถวายเมื่อมีจำนวนมากพอสมควร ก็จะมีเณรภายในวัด ตลอดจนฆราวาสที่อาศัยอยู่ในวัดมานำเอาไปใช้ประโยชน์ทีหนึ่ง  โดยที่หลวงปู่สุขก็ไม่เคยหวงห้าม ใครอยากได้ท่านก็บริจาคต่อให้หมดไม่มีการหวงแหนเก็บไว้เป็นสมบัติส่วนตัว
                            - เวลามีผู้ขออนุเคราะห์ให้ช่วยทำน้ำมนต์ให้ ท่านก็จะให้ผู้ซึ่งต้องการอย่างได้นิมนต์  ไปตักน้ำใส่ขันมา แล้วท่านก็จะเอาแท่งดินสอหรือแท่งวัตถุอะไรก็ได้ที่ท่านสามารถหยิบฉวยได้ใน ขณะนั้นขึ้นมาเคาะ ๆ ที่ปากขันน้ำมนต์ เพียงครูเดียวก็เสร็จพิธี  โดยที่ท่านมิได้มีการหลับตาทำสมาธิหรือเสกเป่ามนตราใด ๆ ทั้งสิ้น ตลอดจนการจุดเทียนเพื่อหยดน้ำตาเทียนลงไปในน้ำมนต์ก็ไม่มี  ซึ่งก็ได้ทราบในกาลต่อมาเหมือนกันว่าน้ำมนต์ของท่านที่เกิดจากการเพียงเอา แท่งดินสอ  หรือแท่งวัตถุเคาะที่ปากขันน้ำเท่านั้น มีผู้คนไปใช้ในเรื่อสะเดาะเคราะห์   ตลอดจนอธิษฐานใช้ในสิ่งที่ไม่เกินไปกว่ามนุษย์จะพึงมีได้ ส่วนใหญ่แล้วประสบผลสมตามมุ่งหมายได้อย่างน่าอัศจรรย์   เรื่องการปลุกเสกของดีหรือมงคลวัตถุก็เช่นกัน   เท่าที่ทราบจากการบอกเล่าของหลาย ๆ ท่าน ต่างกล่าวตรงกันว่าหลวงปู่สุขท่านไม่เหมือนใคร   คือเวลามีใครเอามงคลวัตถุให้ท่านช่วยปลุกเสกให้ท่านก็จะพียงจับ ๆ แตะ ๆ หรือ หยิบพระเครื่องมงคลวัตถุเหมือนดังเช่นพระเกจิอาจารย์ส่วนใหญ่โดยทั่วไป    จะมีก็แต่เพียงในระหว่างที่หยิบหรือแตะวัตถุมงคลนั้น  หลวงปู่สุขจะภาวนาคาถาซึ่งก็ฟังไม่ถนัดนัก   เพราะท่านว่าของท่านแต่เพียงเบา ๆ แบบในใจเสียมากว่า ท่านทำของท่านดังที่ว่านี้อยู่เพียงแต่ท่านหยิบ ๆ แตะ ๆ และภาวนาคาถาโดยที่ตาของท่านยังลืมมองของที่อยู่ตรงหน้า  ว่าจะมีความศักดิ์สิทธิ์ มีอนุภาพคุ้มครองป้องกันอันตรายได้ แต่ก็ปรากฏว่ามีผู้คนจำนวนไม่น้อย ได้พบประสบความศักดิ์สิทธิ์ในมงคลวัตถุของท่านและหลายคน  ในขณะนี้ยังมีชีวิตอยู่สามารถยืนยันเรื่องดังกล่าวได้
                         วันทั้งวันหลวงปู่ท่านแทบไม่เคยลุกจากที่จำวัดไปไหนเลย  ตลอดระยะเวลาสามวันที่  นั่งเฝ้าดูท่านท่านไม่เคยเข้าห้องสุขาและไม่สรงน้ำให้เห็นเลย ย่างเข้าวันที่สามก็เลยเกิดอยากจะพิสูจน์ขึ้นมาว่า หลวงปู่ท่านไม่อาบน้ำท่านจะมีกลิ่นตัวหรือไม   จึงถือวิสาสะคว้าแขนท่านมาดมเอาดื้อ ๆ คุณสุรินทร์ก็ต้องแปลกใจที่หลวงปู่สุขท่านไม่มีกลิ่นตัวเลย  และเมื่อได้เห็นผิวเนื้อของท่านอย่างใกล้ชิดก็พบว่า   ผิดแปลกจากคนชราโดยทั่วไปตรงที่ว่าผิวของท่านผ่องใสเป็นยองใย
                        ตลอดเวลาที่นั่งสังเกตการณ์คล้ายดั่งหนึ่ง หลวงปู่จะหยั่งรู้ว่าคุณสุรินทร์จะมาพิสูจน์และลองดีท่าน  แต่ก็ไม่เคยแสดงกิริยาโกรธขึ้งหรือขับไล่คุณสุรินทร์แต่อย่างใด ท่านยิ้มแย้มของท่านอยู่ตลอดเวลา ที่คุณสุรินทร์ไปนั่งเฝ้าดูท่าน เท่าที่สังเกตดูท่านเป็นพระที่อารมณ์ดีอยู่เสมอ ไม่เคยดุหรือตำหนิว่าใคร
                        หลังจากที่เฝ้าสังเกตการณ์ ก็ยอมรับว่าหลวงปู่สุขท่านเป็นพระแท้รูปหนึ่ง และมีดีจริงดังคำเล่าลือ จึงได้มอบตัวเป็นศิษย์ขอเรียนวิปัสสนากรรมฐานด้วย ทำให้ได้ทราบในกาลต่อมาว่า หลวงปู่สุข ท่านเป็นพระที่ ทรงอภิญญารูปหนึ่ง
                        คุณสุรินทร์ เล่าว่าเมื่อประมาณปี พ.ศ. ๒๕๑๐ วันหนึ่งคุณสุรินทร์ไปหาหลวงปู่สุขที่วัด ก็มีพระภิกษุรูปหนึ่งภายในวัดถามว่า มาหาหลวงปู่สุขท่านบ่อยๆ เคยได้เลขดีไปบ้างมัยล่ะ คุณสุรินทร์ก็ตอบไปว่าไม่เคยได้เพราะไม่เคยขอ และก็ไม่ทราบด้วยหลวงปู่ท่านให้หวยแม่น พระภิกษุรูปนั้นก็บอกว่าหลวงปู่ท่านไม่ค่อยยอมให้หวยใครหรอกนอกจากจะ ถูกรบกวนขอ  ท่านจึงจะบอกใบให้ด้วยเมตตา สุดแล้วแต่โชควาสนาของคนที่ขอ  ปกติแล้วคุณสุรินทร์เป็นคนไม่นิยมเสี่ยงโชคในด้านนี้   แต่ในวันนั้นด้วยความอยากลองดี ว่าหลวงปู่สุขท่านจะมีดีตามที่ภิกษุรูปดังกล่าวบอกหรือไม่  จึงตั้งใจว่าวันนี้จะลองขอหวยหลวงปู่สุขท่านดูสักครั้ง  แต่ขอแล้วจะไม่เอาไปเล่นหรือบอกใคร จะจดไว้ดูเท่านั้นว่าจะออกตามที่หลวงปู่สุขท่านให้หรือไม่ แต่เมื่อเข้าไปกราบนมัสการหลวงปู่สุข แล้วถอยออกมา  ยังไม่ทันที่คุณสุรินทร์จะพูดอะไร เพื่อดำเนินกุศโลบายขอหวยจากท่านตามที่คิด   ท่านกวักมือเรียกคุณสุรินทร์ให้เข้าไปหาพร้อมกับนำก้านธูปที่หักเป็นสี่ ท่อนใส่มือคุณสุรินทรี่แบมือ   แล้วก็จับมือคุณสุรินทร์ให้ก้านธูปนั้น พร้อมกับมองหน้าคุณสุรินทร์แล้วยิ้ม ๆ เท่านั้นแหละคุณสุรินทร์ก็ทราบโดยอัตโนมัติว่าหลวงปู่ท่านใบ้หวยแล้ว ตาที่ตั้งใจว่าจะขอท่านก็ให้นึกชมท่านอยู่ในใจเหมือนกันว่า  ทำไมจึงล่วงรู้ใจเสียเหลือเกิน คิดอะไรไว้ในใจท่านรู้ได้หมด     หลังจากกลับมาแล้วคุณสุรินทร์ก็คอยสังเกตการณ์ว่าล็อตเตอรี่ในงวดนั้นจะออก เลขอะไร   ปรากฏว่างวดนั้นเลขท้ายสองตัวออก ๔๐ ตรงตามที่หลวงปู่สุขท่านใบ้ให้ทุกประการ     ยิ่งไปกว่านั้นในงวดต่อมาเลขท้ายสองตัวก็ยังออก   ๔๕ อีกด้วย เรียกว่าหลวงปู่ท่านใบ้หวยให้ทีเดียวสองงวดเลย   ท่านเก่งถึงขนาดนั้นเชียวหรือ สามารถรู้ว่าหวยจะออกเลขอะไรได้ล่วงหน้าถึงสองงวด  อย่ากระนั้นเลยเห็นทีจะต้องไปลองขอท่านดูอีกสักครั้ง   ว่าจะแม่นเหมือนครั้งที่แล้วหรือเปล่า ในตอนนั้นคุณสุรินทร์คิดเช่นนี้ ดังนั้นในอีกประมาณหนึ่งเดือนต่อมา เมื่อมีเวลาว่างพอ   คุณสุรินทร์จึงได้ควบจักรยานยนต์คู่ชีพเดินทางไปหาหลวงปู่สุขอีก   ไปถึงคราวนี้อัศจรรย์ใจมาก เพราะเพียงแต่กราบท่านเสร็จ  เงยหน้าขึ้นมาเท่านั้นท่านก็ยื่นเท้าขวาของท่านมาให้คุณสุรินทร์บอกให้เอา มือจับนิ้วหัวแม่เท้าของท่าน  และก็ยื่นเท้าซ้ายบอกให้คุณสุรินทร์เอามืออีกข้างหนึ่ง จับนิ้วเท้าทั้งสี่ของท่านยกเว้น นิ้วหัวแม่เท้า  แล้วบอกให้ปล่อยมือ แล้วก็บอกให้จับนิ้วเท้าของท่านอีก      คราวนี้บอกให้จับทั้งหมดทั้งห้านิ้วเลย ในขณะที่อีกมือหนึ่งของคุณสุรินทร์ยังคงจับนิ้วหัวแม่เท้าขวาของท่านอยู่ดัง เดิมท่านมองหน้าคุณสุรินทร์แล้วก็ยิ้ม ไม่พูดอะไรทั้งสิ้นในขณะเมื่อชักเท้ากลับเท่านั้น  คุณสุรินทร์ก็ทราบโดยปริยายว่า หลวงปู่สุขท่านได้ใบ้หวยให้แล้ว   ตามความต้องการของคุณสุรินทร์ที่คิดจะมาทดสอบในเรื่องดังกล่าวกับท่านอีก เป็นคำรบสองตามวิสัยของคนช่างพิสูจน์   ในงวดนั้นปรากฏว่าเลขท้ายสองตัวออก ๑๔ ตรงเผงตามที่ท่านใบให้    และงวดต่อมาเลขท้ายสองตัวก็ออก ๑๕ ตรงเผงตามที่ท่านใบ้ให้อีก
                         ตั้งแต่นั้นมาคุณสุรินทร์จึงเชื่อและนับถือหลวงปู่อย่างสนิทใจว่าท่านเป็น   ผู้มีญาณวิเศษ สามารถหยั่งรู้จิตใจคน และกาลอนาคตได้จริง  ในกาลต่อมาเมื่อได้ศึกษาในเรื่องศาสนามากขึ้นจึงได้ทราบ ความสามารถหยั่งรู้ดังกล่าวของหลวงปู่สุขนั้น  เป็นคุณวิเศษอย่างหนึ่งของพระผู้ทรงอภิญญาในทางศาสนาพุทธของเรานั่นเอง..

                         9.ท้าให้ลองยิง


                         คุณวิเชียร สินชัยศรี มีบ้านพักอยู่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองบุรีรัมย์  ก็ได้กรุณาเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า สมัยเมื่อคุณวิเชียรยังเป็น    ตชด. ประจำอยู่ที่อำเภอบ้านกรวด จังหวัดบุรีรัมย์   ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ๒๕๐๘ เห็นจะได้ เคยมีลูกน้องคนหนึ่งของคุณวิเชียรมีความเชื่อมั่นในมงคลวัตถุของหลวงปู่สุข ถึงกับเคยแอ่นอกท้าทายให้เพื่อนยิงด้วยปืนลูกซอง    เพื่อนทนคำท้าทายไม่ได้ เลยยิ่งเอาด้วยปืนลูกซองดังกล่าว  ปรากฏว่า เสื้อที่สวมใส่พรุนไปด้วยรอยกระสุน   แต่ไม่ปรากฏว่าบาดแผลบนร่างของผู้ถูกยิงเลยผู้ถูกยิ่งยังคุยให้ฟังอีกด้วย ว่า     ในขณะที่ถูกยิ่งมีความรู้สึกเหมือนใครเอาทรายมาซัดใส่เท่านั้น   ไม่รู้เจ็บแต่อย่างใด คุณวิเชียรจึงเป็นผู้หนึ่งซึ่งมีความเชื่อมั่นและนับถือมงคลวัตถุของหลวงปู่ สุขมาก    เพราะจากการที่เคยเป็น ตชด. ประจำอยู่ในพื้นที่ซึ่งต้องมีการปะทะกันกับ    ผกค. อยู่เสมอ คุณวิเชียรพบว่าผู้ซึ่งมีมงคลวัตุของหลวงปู่อยู่ในครอบครอง   ไม่เคยเสียชีวิต หรือรับบาดเจ็บจากการปะทะกับ    ผกค. เลย
                         สมัยเมื่อหลวงปู่สุขท่านยังมีชีวิตอยู่     คุณวิเชียรเคยนำแผ่นทองแดงไปให้หลวงปู่ท่านลงตะกรุดให้ซึ่งหลวงปู่ท่านก็ลง ให้ในทันที    โดยท่านจารอักขระลงบนแผ่นทองแดงกันเดี๋ยวนั้น     เสร็จแล้วก็ม้วนส่งให้ดูแล้วก็ไม่มีพิธีรีตองอะไร  ที่จะชวนให้เลื่องถือว่าจะมีความศักดิ์สิทธิ์  แต่เมื่อมีเพื่อนคนหนึ่งมาขอของดีจากคุณวิเชียร    คุณวิเชียรได้มอบตะกรุดดังกล่าวให้ไป บุคคลดังกล่าวมีอาชีพขับรถยนต์โดยสารวิงระหว่างจังหวัด      วันหนึ่งขับรถยนต์โดยสารซึ่งไม่มีผู้โดยสาร   จะกลับบ้านพักก็เกิดอุบัติเหตุ รถยนต์โดยสารที่ขับไปขนกับรถบรรทุกทรายที่แถวบ้านยาง    อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์อย่างจังจน หน้ารถแหลกไม่มีชิ้นดี     แต่บุคคลดังกล่าวกลับไม่ได้อันตรายหรือบาดเจ็บใด ๆ เลย เชื่อว่าตะกรุดของ หลวงปู่สุขที่เขาพกติดตัวอยู่เพียงดอกเดียวช่วยคุ้มครองไว้

                         10.กำนันคนดังโดนระเบิด  ผกค. ไม่ตาย


                         กำนันประสิทธิ์    พัลวัล กำนันคนดังของตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย     จังหวัดบุรีรัมย์ซึ่งเคยเป็นข่าวทางหน้าหนังสือพิมพ์รายวันมาแล้ว   เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เรื่องถูกกับระเบิดของ   ผกค. แต่ไม่ตายเพราะคงกระพัน กรุณาเล่าให้ฟังถึงอนุภาพแห่งมงคลวัตถุในหลวงปู่สุข  ที่ช่วยคุ้มครองชีวิตในครั้งนั้นว่า ในสมัยนั้นตนนอกจากจะเป็นกำนันแล้ว   ก็ยังเป็น อส. อีกด้วย โดยประจำอยู่ฐานบ้านป่าไม้สหกรณ์โนนดินแดงซึ่งปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อฐาน เป็น   ฐานอุดม เพื่อเป็นเกียรติแก่ จ.ส.ต.อุดม ป้อมจัตุรัส  ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ประจำอยู่ ณ ฐานบ้านดังกล่าว    และได้เสียชีวิตในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ ดังเหตุการณ์ซึ่งจะได้เล่าสู่กันฟังดังต่อไปนี้
                            วันนั้นถ้าจำไม่ผิด เป็นวันหนึ่งในปลายเดือนพฤศจิกายน  พ.ศ. ๒๕๒๑ กำนันพร้อมด้วยเพื่อน อส. อีก ๔   คน และ จ.ส.ต.อุดม ป้อมจัตุรัส ได้ออกลาดตระเวนตามปกติ      ขณะเมื่อออกลาดตระเวนตามปกติระยะทางห่างจากฐานที่ตั้งประมาร  ๒ กิโลเมตร ก็พบว่าในเส้นทางที่จะเดินผ่านมีขอนไม้ขนาดใหญ่ขวางทางเดินอยู่     กำนันซึ่งเดินนำหน้าจึงก้าวข้ามขอนไม้ดังกล่าวไปก่อน      แล้วตามติดด้วย อส.แจ่ม สุโขพันธุ์ ปรากฏว่า     ทั้งกำนัน และ อส.แจ่ม ก้าวข้ามขอนไม้มาโดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่พอถึงคนที่สามซึ่งได้แก่     จ.ส.ต.อุดม ก้าวข้ามในตำแหน่งเดียวกันกับที่กำนัน     และ อส.แจ่ม ก้าวข้าม เท่านั้นเองก็เกิดเสียงระเบิดดังสนั่น   อส.อีกสองคนซึ่งอยู่ด้านหลังเห็นเหตุการณ์     ตอน จ.ส.ต.อุดม เหยียบถูกกับระเบิดที่ผกค.ลอบวางไว้    ได้เล่าให้ฟังในภายหลังว่า เห็นร่างของ จ.ส.ต.อุดม    ลอยขึ้นไปจากพื้นสูงหลายเมตรทีเดียวเมื่อสิ้นเสียงระเบิดกำนันหันกลับไปดูก็ พบในตำแหน่งที่กำนันและ   อส.แจ่มเหยียบย่ำผ่านมานั้นเกิดเป็นหลุมขนาดใหญ่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ เมตรเศษ   ได้ยินเสียงร้องของ จ.ส.ต.อุดม ร้องขึ้นมาจากหลุมดังกล่าวขอให้ช่วยพวกตนซึ่งไม่ถูกระเบิดจึงได้เข้าไปช่วย ดึงร่างของ    จ.ส.ต.อุดม ขึ้นมาจากหลุมดังกล่าวแล้วกำนัน   และ อส.คู ปานใจสำ หนึ่งใน อส. ที่อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย     จึงได้ช่วยกันหามร่างของ จ.ส.ต.อุดมเพื่อนำกลับฐานที่ตั้งส่งโรงพยาบาลต่อไป    โดยกำนันหามทางด้านศีรษะ ส่วน อส.คู อยู่ยังผลให้ทั้งคนเจ็บและคนหามกระดอนกระเด็นไปคนละทิศละทาง     จ.ส.ต.อุดม นั้นบาดเจ็บสาหัส หลังจากเกิดเหตุแล้ว    ต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลถึงหนึ่งปีเศษ    และต้องเปลี่ยนโรงพยาบาล ที่ทำการรักษาถึงสามแห่งมีเพียงกำนันประสิทธิ์คนเดียวเท่านั้น     ที่ถูกระเบิดเข้าอย่างจังเหมือนกัน จนร่างกระเด็นไปไกลถึงสี่ห้าเมตรและมีเศษสะเก็ดระเบิดติดตามตัวเต็มไปหมด    แต่กลับไม่เป็นอะไรเลย ไปถึงโรงพยาบาลแพทย์    เพียงแต่เขี่ยสะเก็ดระเบิดตามร่างกายออกและเอายาแดงทาให้เท่านั้น     แล้วก็ให้กลับมาพักรักษาแผลซึ่งมีสภาพเป็นรอยยางบอนเท่านั้นที่บ้าน   ปรากฏว่าทายาแดงอยู่เพียงไม่กี่วันแผลที่ถูกสะเก็ดระเบิดก็แห้งตกสะเก็ดหาย สนิทนับเป็นเรื่องที่อัศจรรย์แก่ผู้ซึ่งพบเห็นหรือทราบเหตุการณ์มาก   ที่กำนันประสิทธิ์ ถูกกับระเบิดแต่กลับไม่ได้รับอันตรายจากระเบิดเลยเพราะสะเก็ดของมันเพียงแต่ ติดอยู่ตามผิวหนังกำนันเท่านั้น   กำนันเล่าว่าในขณะเมื่อถูกระเบิดนั้น มีความ รู้สึกว่า เหมือนกับถูกไก่จำนวนมากมารุมจิกตามตัวเท่านั้น  และในวันที่เกิดเหตุกำนันมีแต่เพียง เหรียญรุ่นแรกและผ้ายันต์ของ หลวงปู่สุข พกติดตัวอยู่เท่านั้น และในกลุ่มของผู้ซึ่งออกลาดตระเวนในวันที่เกิดเหตุ   ก็มีกำนันและ อส. แจ่ม สุโขพันธุ์ เท่านั้น  ที่มีมงคลวัตถุของหลวงปู่สุข พกติดตัวอยู่เท่านั้น      และในกลุ่มของผู้ซึ่งออกลาดตระเวนในวันที่เกิดเหตุ  ก็มีกำนันและ อส.แจ่ม สุโขพันธุ์ เท่านั้น  ที่มีพระเครื่องของหลวงปู่สุขพกติดตัว จึงปรากฏว่าในครั้งแรกที่กำนันและ อส.แจ่ม ก้าวข้ามขอน ไม่เหยียบลงในตำแหน่งเดียวกับ   จ.ส.ต.อุดม ย่างเท้าเหยียบลงในภายหลัง ระเบิดที่  ผกค. ลอบวางไว้ไม่ระเบิด เชื่อว่าคงเป็นอานุภาพของมงคลวัตถุในหลวงปู่ท่านช่วยคุ้มครองไว้ เพราะทั้งสองต่างก็มีมงคลวัตถุของหลวงปู่สุข ติดตัว อยู่ดังกล่าว
                                   
                                   

                          11.รอดตายดั่งปาฏิหาริย์


                       ประสบการณ์จริงของครอบครัว จรเอ้กา กำนันบุญเสริม นางสมบูรณ์ จรเอ้กา อดีตนายกเทศมนตรี ตำบลละหานทราย และ นางจิณณทัต แสงงาม บุตรสาว เล่าถึงประสบการณ์และเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น และรอดชีวิตดังปาฎิหาริย์ มีความเชื่อมั่นและศรัทธา หลวงปู่สุข ธมฺมโชโต อย่างสูงยิ่ง
                      กำนันบุญเสริม เล่าถึงในอดีตช่วงชีวิตดำรงตำแหน่งกำนัน ตำบลละหานทราย อำเภอละหานทราย ขณะนั้นยังมีภัยของลัทธิคอมมิวนิสต์   กำลังตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร และ ต.ช.ด. ร่วมกันกดดันและปราบปราม   พวก ผ.ก.ค. อย่างหนัก บาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมาก    กำนันเคยถูก ผ.ก.ค.ดักซุ่มยิ่งหลายครั้ง แต่ก็รอดชีวิตมาได้ เพราะบารมีของหลวงปู่สุขคุ้มครอง กำนันบุญเสริมเป็นลูกศิษย์   และเป็นกรรมการวัดโพธิ์ทรายทอง อุปถัมภ์วัดมาโดยตลอด   เพราะบ้านตั้งอยู่ตรงข้ามวัดในปี พ.ศ.๒๕๓๖ นางสมบูรณ์   จรเอ้กา อดีตนายกเทศมนตรีตำบลละหานทราย พร้อมด้วยบุตรสาว    นางจิณณทัต แสงงามและหลานสาวอายุ ๖ ๗ ขวบ   เดินทางโดยรถยนต์ปิคอัพ ไปอำเภอแก่งคอยจังหวัดสระบุรี  เพื่อรับหลานชาย ออกเดินทางเวลา
                      ๑๔.๐๐ น. ในวันเดินทาง นางจิณณทัต แสงงาม มีลางสังหรณ์ไม่ดีว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์อะไรสักอย่าง แต่ก็จะทำใจระลึกถึงหลวงปู่สุขให้ช่วยคุ้มครอง  คุณแม่ได้ห้อยหลวงปู่สุข รูปหล่อลอยองค์ ส่วนตัวนางจิณณทัต    ห้อยพระเครื่องเหรียญหลวงปู่สุข เมื่อเดินทางถึงอำเภอปากช่อง  จังหวัดนครราชสีมา รถติดไฟแดงทำให้รถปิคอัพเบรคจอด นางจิณณทัต และบุตรสาวนั่งกระบะหลังศีรษะได้กระแทกกระจก    ทำให้มองไปข้างหน้าเห็น รูปปู่สุขติกอยู่ที่รถ  ก็อธิษฐานให้เดินทางครั้งนี้ปลอดภัย หากมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ขอให้ให้เหตุหนักเป็นเบาและเมื่อรถเคลื่อนผ่าน ไฟแดงไปถึงหน้า.โรงพยาบาลปากช่องนานา   เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น กล่าวคือ รถยนต์คันหน้าชะลอความเร็วและจอดเพื่อเลี้ยวเข้าโรงพยาบาล รถยนตืปิคอัพของนางจิณรทัตก็ต้องจอด แต่รถพ่วง   ๑๘ ซึ่งวิ่งตามมากลับไม่ชะลอความเร็ว แต่พุ่งตรงเข้าหารถของของนางจิณณทัต  ในขณะนั้นนางจิณณทัตและบุตรสาว ที่นั่งข้างหลังตกใจ  และกำสร้อยเหรียญหลวงปู่สุขแน่นพร้อมร้องไห้      หลวงปู่ช่วยด้วย ได้ยินเสียงโครมนางจิณณทัต  และบุตรสาวกระเด็นออกจากรถยนต์ไปตกกลางถนน รถบรรทุกพ่วง    ๑๘ หักพวงมาลัยพุ่งลงข้างทาง ชนต้นไม้ พลิกคว่ำเสียหาย    รถยนต์ปิคอัพของนางจิณรทัต ถูกแรงชนอัดกับรถคันข้างหน้าเสียหายยับเยิน    ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ได้มาเข้าช่วยแจ้งตำรวจให้มาช่วยงัดรถ    เพื่อช่วยคุณแม่ นางสมบูรณ์ จรเอ้กา และคนขับรถออกจากตัวรถ    แต่เป็นที่น่าแปลก เมื่องัดรถจนสามารถเอาคนทั้งสองออกมาได้  ปรากฏว่าบุคคลทั้งสองไม่เป็นอะไรเลย  นางจิณณทัตและบุตรสาวก็ไม่เป็นอะไรเลย มีแต่อาการตกใจกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  ตำรวจได้นำตัวคนขับรถบรรทุกพ่วง ๑๘ ล้อ ไปดำเนินคดี    คนขับรถบรรทุกยังไม่สร่างจากยาบ้าได้ทราบจากตำรวจเล่าให้ฟังว่า คนขับรถ บรรทุกพูดว่า ไม่รู้ว่าใครมาจับมือหักพวงมาลัยให้เลี้ยวรถลงข้างทาง การดำเนินคดีและบริษัทประกันภัยก็ช่วยเหลือเป็นอย่างดี

                   จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ ครอบครัวจรเอ้กา   ต่างศรัทธาและยึดมั่นใน หลวงปู่สุข ธมมโชโต ยิ่งขึ้นอย่างไม่รู้เลือน ด้วยบารมีของหลวงปู่สุข   จึงทำให้รอดชีวิตมาอย่างปาฏิหาริย์


จบ 3 ภาคของหลวงปู่ เป็นอย่างไรบ้างครับศรัทธาของความเชื่อ อยู่ที่ตัวบุคคล บางคนแขวนพระเครื่องหลังล้าน ก็ไม่พ้นคุกถ้าทำผิดกฎหมาย บางคนมีพระเครื่องที่มองว่าไม่มีราคาห้อยคอทำดีตลอดชีวิต พระก็ยังช่วยคุมปกป้องรักษาพระเครื่อง ของขลัง ถ้าใช้ให้ถูกทางจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ใช้ หวังว่าเรื่องราวของหลวงปู่คงเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิตนะครับ


เรียบเรียงบทความโดย : พระเครื่องเนื้อดี
ภาพประกอบ : thaprachan.com