พระสงฆ์ที่ชาวไทยพุทธเลื่อมใสศรัทธาว่าท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในพระ
ธรรมวินัย และมีวาจาศักดิ์สิทธิ์ปัจจุบันทางวัดมุจลินทวาปีวิหาร (วัดตุยง)
ได้สร้างศาลาประดิษฐานรูปปั้นหลวงพ่อดำเพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เคารพสักการะหลวงพ่อดำ
พระราชพุทธิรังษี (หลวง พ่อดำ นันทิโย)
มีนามเดิมว่า ดำ นามสกุล จันทรักษ์
เกิดวันเสาร์ที่ ๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๓๗ที่ตำบลนาทับ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา บิดามีนามว่า
หลวงจรานุรักษ์เขตร (พลับ จันทรักษ์)มารดามีนามว่า นางพ่วนเหนี่ยว จันทรักษ์ เด็กชายดำ
จันทรักษ์เริ่มการศึกษาที่บ้าน โดยเรียนกับบิดาจนอ่านออกเขียนได้ จนถึงอายุได้ ๑๙
ปี จึงบรรพชาเป็นสามเณรที่วัดนาทับได้ศึกษาหนังสือขอม ทั้งขอมไทยและขอมบาลีจนเชี่ยวชาญระหว่างที่เป็นสามเณรได้เกิดอาพาธจึงได้ลาสิกขาชั่วคราว
เหตุผลเพราะยาโบราณต้องผสมสุราเมื่อหายอาพาธแล้วจึงได้กลับมาอุปสมบทในขณะที่มีอายุ
๒๒ ปี ได้นามฉายาครั้งแรกว่า "นนฺทิยมาโน"
ต่อมาได้เดินทางไปกรุงเทพฯ โดยได้ไปจำวัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร
สมเด็จพระสังฆราชเจ้า
กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ (หม่อมเจ้าภุชงค์) วัดราชบพิธ
ได้ทรงเปลี่ยนนามฉายาให้ใหม่เป็น "นนฺทิโย" ซึ่งเป็นคำนาม แปลว่า
"ผู้เป็นที่ตั้งแห่งความเพลิดเพลิน"แล้วทรงฝากให้ศึกษาพระปริยัติธรรมทั้งแผนกสามัญและแผนกบาลีที่วัดมหาธาตุยุว
ราชรังสฤษฎิ์ โดยมิได้เข้าสอบสนามหลวงโดยท่านได้เดินทางกลับ ปัตตานีอีกครั้ง
มาประจำอยู่ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
และได้เปิดสอนนักเรียนพระปริยัติธรรม
แผนกธรรม ขึ้นที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร โดยท่านสามารถสอบนักธรรมชั้นตรีได้
ซึ่งข้อสอบทุกวิชาจะมีวิชาละ ๑๔ ข้อ(ต่อมา
พ.ศ. ๒๔๘๐ เปลี่ยนข้อสอบเหลือเพียง ๗ ข้อเท่านั้น)
ใครสอบผ่านได้จะต้องใช้ความเพียรและใข้สติปัญญาอย่างมาก
หลวงพ่อดำ
จำพรรษาที่วัดมุจลินทวาปีวิหารตลอดมา
จนถึงวาระมรณภาพ โดยมีตำแหน่งและสมณศักดิ์ต่างๆ ดังนี้
วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๔๖๔
เป็นฐานานุกรมของพระครูพิบูลย์สมณวัตร
(หลวงพ่อชุม) เจ้าอาวาสวัดมุจลินทวาปีวิหารที่ "พระใบฎีกา"
วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๔๗๖
พระเทพญาณโมลี
เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
"เจ้าคณะหมวดตุยง"
วันที่ ๑๐ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๗๗
พระเทพญาณโมลี
เจ้าคณะจังหวัดปัตตานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง
"ผู้ช่วยเจ้าคณะแขวงตุยง"
วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๒
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นที่
"พระครูกนิตสมณวัตร"
วันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๙๕
ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการในตำแหน่งสาธารณูปการจังหวัดปัตตานี
วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๕
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ
(เจ้าคุณ) ชั้นสามัญที่ "พระมุจลินทโมลี"
วันที่ ๒๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕
ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี
วันที่ ๕ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๖
ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์สัญญาบัตรเป็นพระราชาคณะ
ชั้นราชที่"พระราชพุทธิรังษี"
พระ ราชพุทธิรังษี หรือหลวงพ่อดำ
อีกทั้งยังเข้าห้องนั่งสมาธิตลอดมาจนถึงวาระสุดท้าย โดยงานก่อสร้างแม้จะเต็มมือ
แต่ก็ยังคงปฏิบัติสมณกิจอย่างสม่ำเสมอ และท่านยังได้เดินจงกรมตั้งแต่เวลา ๑๙.๐๐ -
๒๒.๐๐ น. เป็นประจำหลวงพ่อดำได้บริหารคณะสงฆ์และงานก่อสร้างสังฆเสนาสนะตลอดถึงงานทุกอย่างเสร็จเรียบ
ร้อยประหนึ่งปาฏิหาริย์ ทั้งนี้เป็นเพราะปาฏิหาริย์ประพฤติดีประพฤติชอบ
ท่านได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๗ รวมอายุได้ ๙๐ ปี
โดยแล้วพุทธศาสนิกชนส่วนมากเรียก
ท่านว่า "หลวงพ่อดำ" ชาวพุทธจากที่ต่างๆ เมื่อเดินทางมาจังหวัดปัตตานี
มักแวะมาเคารพสักการะรูปเหมือนหลวงพ่อดำที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อำเภอหนอง จิก
จังหวัดปัตตานี ด้วยความรู้สึกที่เลื่อมใสศรัทธาตลอดมา
เรียบเรียงโดย :
พระเครื่องเนื้อดี
ภาพโดย :
พระเครื่องเนื้อดี


แสดงความคิดเห็น